จุดกำเนิด BlackBible

ผมเป็นคนที่ชอบออกกำลังครับ โดยเฉพาะ weight training เล่นเกือบทุกวัน มันทำให้เรารู้สึกว่าได้พักผ่อน และช่วยคลายเครียดจากการทำงาน วันไหนเป็น rest day ก็ยังพยายามจะคิดว่าเราพอจะเล่นอะไรได้บ้าง และเคยแอบมีความใฝ่ฝันที่อยากจะมีรูปร่างเหมือนนักเพาะกาย ซึ่งผมก็คิดว่าหลายคนคงเป็นเหมือนกัน

ที่ผมมาแนวนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมเล่นกีฬาอื่นไม่เก่ง ตอนที่ผมเริ่มเล่นก็น่าจะประมาณช่วงมัธยมต้น จำได้ว่าซื้อ dumbbell 2.5 กิโล มา 1 ลูก โดยไม่มีความรู้อะไรเลย แรกๆก็เล่นอยู่ท่าเดียวครับ biceps curl เล่นท่าอื่นไม่เป็น พอเล่นไปซักพักจึงเริ่มซื้อดัมเบลที่น้ำหนักมากขึ้น พร้อมกับหนังสือคู่มือเพาะกาย เล่มที่ 2” เพราะหาเล่มที่ 1 ไม่เจอ

ในหนังสือเล่มนั้นจะมีภาพนักกีฬาเพาะกายระดับตำนานในยุคก่อนหลายท่าน เช่น Lee Labrada, Bill Pearl, Frank Zane หรือ Mike Matarazzo ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีขนาดกล้ามเนื้อที่น่าทึ่ง รวมถึงมีข้อมูลเกี่ยวการฝึกกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ถือได้ว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมสนใจกีฬานี้อย่างเต็มตัว

หลังจากเลิกงาน ผมก็มีนัดกับบาร์เบลหลังรั้วโรงพยาบาลทุกเย็น

ตอนนั้นประมาณ 10 ปีที่แล้ว เริ่มเข้าฟิตเนสเป็นครั้งแรก เจอเข้ากับอาหารเสริมตัวแรกในชีวิตคือ เวย์โปรตีน เป็นของใหม่สำหรับผมมาก ไม่มีความรู้เลย แต่เห็นหลายคนที่ฟิตเนสเขากินกัน เลยคิดไปว่าที่เขามีกล้ามเพราะว่าเขากินเวย์กันแน่เลย หลังจากนั้นผมก็เริ่มสนใจอาหารเสริม โดยเชื่อว่ามันจะเป็นทางลัดสามารถทำให้มีกล้ามแบบนักเพาะกายได้

ไม่นานนัก ผมจึงตัดสินใจซื้อเวย์โปรตีนครั้งแรกในรูปแบบแบ่งขายจากเทรนเนอร์กล้ามใหญ่คนหนึ่ง ถูกบรรจุในถุงพลาสติกใสไม่มีฉลากอะไรเลย ถุงละ 400 บาท (ไม่รู้ว่าตอนนั้นกล้าซื้อไปได้ยังไง) พอเอากลับถึงบ้าน ก็โดนแม่ดุตามระเบียบครับ

แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดความอยากรู้ของผม พอทำงานหาเงินได้เอง ผมจึงได้ทดลองใช้อาหารเสริมหลายชนิด หลายยี่ห้อตั้งแต่ วิตามินรวม, fat burner, pre-workout, intra-workout, post-workout, creatine, testosterone booster, บำรุงข้อ, น้ำมันปลา, weight gainer, BCAAs และกรดอะมิโนที่เม็ดใหญ่เท่านิ้วโป้งยี่ห้อหนึ่ง

มีอยู่ครั้งหนึ่งผมสั่งอุปกรณ์การฝึก จากเว็บไซต์ดังของอเมริกา ได้ของแถมเป็น fat burner 2 เม็ด วันนั้นก่อนออกกำลังเลยทดลองกินดูทั้ง 2 เม็ด แล้วเกิดใจสั่นมาก แถมคลื่นไส้และเวียนหัว จนไม่สามารถออกกำลังได้ โชคดีมากที่วันนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ รวมๆ แล้วผมเสียเงินไปกับอาหารเสริมเป็นหลักแสนแน่นอน ”

จนวันหนึ่ง ผมเปิดเข้าไปในห้องเก็บของเพื่อจะเก็บกระปุกอาหารเสริมที่ใช้หมดแล้ว ผมยืนอยู่ตรงหน้ากองกระปุกอาหารเสริมที่แทบจะล้นออกมาหน้าห้อง มีความคิดแวบนึงขึ้นมาในหัวว่าสิ่งที่เราทำอยู่นี้มันมาถูกทางแล้วหรือ? และก็คิดได้ว่าที่ผ่านมา การใช้เงินก้อนโตของผมขึ้นอยู่กับคำกล่าวอ้างและโฆษณาของผู้ผลิตและผู้ขาย รวมถึงโปรโมชันต่างๆที่ล่อตาล่อใจ

กองกระปุกอาหารเสริมนั้นทำให้ผมเริ่มมีสติ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าตัวเราเองควรรับผิดชอบสิ่งที่ตัวเราทำมากที่สุด

หลังจากนั้นจึงเริ่มหาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ว่าอาหารเสริมที่ใช้อยู่มันมีประสิทธิภาพจริงมั้ย หรือทำให้เกิดอาการข้างเคียงหรือไม่ ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตหลังจากทำงานเสร็จ พยายามรวบรวมข้อมูลการศึกษาเกี่ยวกับอาหารเสริมจากทั่วโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันมาไว้ในหนังสือเล่มนี้ให้มากที่สุด

จากการทำงานดึกทุกวันทำให้เรียนรู้ว่า กาแฟไม่ช่วยอะไร 555

รวมแล้วมีบทความทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาในหนังสือเล่มนี้มากกว่า 800 ฉบับ ครอบคลุมอาหารเสริมมากกว่า 60 ชนิด ในการนำเสนอข้อมูลอันเป็นลิขสิทธิ์ ผมได้ขออนุญาตจากหลาย publisher เพื่อนำการศึกษา การวิจัยมาเผยแพร่ และผมได้ขออนุญาตนำเสนอการศึกษาจำนวนมาก จนบางรายถึงกับกล่าวว่า

“ This is truly a record breaker! ”

ผมใช้เวลาไปประมาณปีกว่าจนได้หนังสือเล่มนี้ออกมา และจากข้อมูลการศึกษาหลายฉบับที่ผมอ่านมา พอจะสรุปได้ว่า อาหารเสริมไม่ใช่ยาวิเศษที่ใช้แล้วจะมีหุ่นในฝันทันที และอาหารเสริมไม่สามารถทำให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ หากคุณยังไม่ทุ่มเทให้กับอาหารหลักและการฝึก

การใช้อาหารเสริมโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ย่อมทำให้เกิดความสูญเปล่า, ผลเสียต่อร่างกาย และเสียเงินโดยใช่เหตุเช่นผมในอดีต อยากให้ลองพิจารณาว่า เงินที่ต้องจ่ายไปเพื่อซื้ออาหารเสริมนั้นมีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เมื่อเทียบกับการนำเงินก้อนนั้นเปลี่ยนไปเป็นการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ หรือโปรแกรมการฝึกเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อจากโค้ชมืออาชีพ

“ ผมไม่ได้โจมตีว่าการใช้อาหารเสริมเป็นสิ่งเลวร้าย แต่การใช้ที่ถูกต้องตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น จึงจะสามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ ”

แต่หากคุณพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า การรับประทานอาหารเสริมนั้น จะเกิดประโยชน์ และมีความปลอดภัยแน่นอน ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ หรือจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ (ที่น่าเชื่อถือ) ที่มีอยู่ ก็อาจเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ

สุดท้ายนี้ ผมเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีความฝัน เดินตามฝันให้สุดทาง ขอให้ทุ่มเทเต็มที่ ไม่มีอะไรหยุดเราได้นอกจากตัวเราเอง และขอให้เดินไปบนพื้นฐานของความถูกต้องตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ สู้ๆครับ

image4

ฉันทกานต์ โพธาเจริญ - ผู้เขียน

Scroll to Top